เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ

รายงานผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  เรื่อง  แสงน่ารู้  โดยใช้การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ตามแนววงจรการเรียนรู้  5E  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  4 โรงเรียนอนุบาลหนองบัว (เทพวิทยาคม) ปีการศึกษา 2560

โดย  นางอรนีย์  ศิโล  ตำแหน่งครู  วิทยฐานะครูชำนาญการ  โรงเรียนอนุบาลหนองบัว(เทพวิทยาคม)

                                                          บทคัดย่อ

          การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยใช้การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ตามแนววงจรการเรียนรู้  5E  เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เสริมสร้างให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ  โดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ  เป็นการเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริง  จนเกิดทักษะความชำนาญทางการเรียนรู้อย่างมีความหมายด้วยตนเอง การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ  1)พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  เรื่อง  แสงน่ารู้  โดยใช้การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ตามแนววงจรการเรียนรู้  5E  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  4  2)ศึกษาผลทดสอบทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์  เรื่อง  แสงน่ารู้  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  4  ที่ได้รับการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ตามแนววงจรการเรียนรู้  5E  3)ศึกษาความสามารถด้านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  4  ที่ได้รับการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ตามแนววงจรการเรียนรู้  5E  4)ศึกษาจิตวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  4  ที่ได้รับการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ตามแนววงจรการเรียนรู้  5E   กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า  เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  4/3  ภาคเรียนที่  2  ปีการศึกษา  2560   ของโรงเรียนอนุบาลหนองบัว(เทพวิทยาคม)  ตำบลหนองกลับ  อำเภอหนองบัว  จังหวัดนครสวรรค์  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์  เขต  3  จำนวน  34  คน  ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)  เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าได้แก่      1)แผนการจัดการเรียนรู้ตามแนววงจรการเรียนรู้  5E  เรื่อง  แสงน่ารู้  ชั้นประถมศึกษาปีที่  4  จำนวน  9  แผน  2)แบบทดสอบ  วัดผลการเรียนรู้ก่อนและหลังเรียน  แบบเลือกตอบ  4  ตัวเลือก  จำนวน  30  ข้อ  ที่ผู้ศึกษาจัดทำขึ้นเอง  โดยได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ  2)แบบทดสอบวัดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์  3)แบบประเมินจิตวิทยาศาสตร์  วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป  สถิติที่ใช้ คือ  ค่าเฉลี่ย  ร้อยละ  ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานและ  การทดสอบค่าที(t-test)

            ผลการศึกษาพบว่า  1)ประสิทธิภาพแผนการจัดการเรียนรู้ตามแนววงจรการเรียนรู้  5E    ทุกแผนมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด  80/80  2)ผลทดสอบทางการเรียน  หลังเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  4  ที่ได้รับการสอนโดยใช้การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ ตามแนววงจรการเรียนรู้  5E  สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .05  3)ความสามารถด้านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  4  ที่ได้รับการสอนโดยใช้การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ตามแนววงจรการเรียนรู้  5E  อยู่ในเกณฑ์ดี    4)จิตวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  4  ที่ได้รับการสอนโดยใช้การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ตามแนววงจรการเรียนรู้  5E  อยู่ในเกณฑ์ดีมาก

คำสำคัญ :  การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ตามแนววงจรการเรียนรู้  5E, กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์,โรงเรียนอนุบาลหนองบัว (เทพวิทยาคม)